วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เตรียมตัว...เตรียมใจ ลงสนามสอบ

สาวน้อยกลับมาแล้วต่ะ กลับมาสเล่า อรรถประวัติชีวิตลิขิตฟ้าชะตาดินของตัวเองต่อค่ะ

หลังจากไปสมัครสอบนักเรียนไปรษณีย์ได้สาสมใจแล้ว อิฉันก็มานั่งรื้อตำรา ม.6 อ่าน ไปห้องสมุดประชาชนบ้าง ไปยืมเพื่อนบ้าง แต่อ่านแล้วแหม ...มันเข้าหัวยากชะมัด

  

วิชาที่โรงเรียนไปรษณีย์กำหนดให้สอบตอนนั้น มี 6 วิชานะคะ ซึ่งสอบรวดในวันเดียวเลยค่ะ เช้าสามวิชา บ่ายสามวิชา(พระเจ้าสมองจะแตกตาย)  มีดังนี้คือ
-คณิตศาสตร์
-ภาษาไทย
-สังคม
-คอมพิวเตอร์
-ภาษาอังกฤษ
-ความถนัด

ตอนนั้นก็ยังคงทำงานที่เดิมค่ะ แล้วก็อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ คิดในใจว่าข้อสอบพื้นฐาน ม.6 มันมีอะไรบ้างนะ



  1. ซึมเข้าสมอง

ก็เหลือบไปเห็นหนังสือของพี่เก๋ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงาน พี่แกสอบข้าราชการมาเกือบตลอด แต่ติดยากเหลือเกิน แกวางไว้ เล่มหนาเท่าผนังบ้าน (อิฉันพูดให้เวอร์ๆค่ะ แต่หน้าจริงๆค่ะ ท่านผู้อ่าน) เป็นหนังสือ คู่มือสอบ ก.พ.

เอาวะ หาอะไรไม่ได้ ก็เล่มนี้ล่ะ อ่านไป เผื่อมันจะออก....ก็เปิดอ่านไปเรื่อยๆ อ่านบ้างหลับบ้าง อันไหนไม่เข้าใจก็ไปอ่านคำเฉลย ซึ่งคู่มือสอบ ก.พ. ถ้าใครเคยอ่านจะทราบว่า ประกอบด้วย
-คณิตศาสตร์
-ภาษาไทย
-ความถนัด

อืม...อ่านแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่เครียดเหมือนอ่านเล่มแรกๆเลย....อิฉันเก็บหนังสือเล่มนั้น ใส่กระเป๋ากลับบ้านไปด้วยค่ะ (อิอิ)



คิดไปคิดมา....ไม่น่าเชื่อว่า หนังสือ ก.พ. เล่มนั้น จะมีอิทธิพลทำให้ชีวิตของอิฉันเปลี่ยนไปค่ะ 







ปฐมบทของการเริ่มต้นเป็นไปรษณีย์

ต้องบอกว่า ทุกครั้งที่อิฉันมองย้อนเวลากลับไป นี่เป็นครั้งหนึ่งที่อิฉันภูมิใจที่สุดในชีวิตเลยนะคะ นั่นคือการสอบติดนักเรียนไปรษณีย์

หลายคนสงสัยนักเรียนไปรษณีย์?.....นักเรียนไปรษณีย์คืออะไร?

จะขออธิบายคร่าวๆค่ะว่า นักเรียนไปรษณีย์ก็คล้ายๆ นักเรียนไฟฟ้า นักเรียนพยาบาลแหละค่ะ เป็นวุฒิเฉพาะทางสำหรับอาชีพนั้นๆค่ะ 

เชื่อไหมคะว่า โรงเรียนการไปรษณีย์เปิดมา 120 กว่าปีแล้วค่ะ เปิดสอนนักเรียนไปรษณีย์มามากกว่า 60 รุ่น เพียงแต่น้อยคนที่จะรู้ว่า โรงเรียนแห่งนี้มีเปิดอยู่ในประเทศไทย

Loading...


จุดเริ่มต้นหรือคะ.....

อย่างที่เกริ่นไว้ในตอนแรกว่าครอบครัวอิฉันค่อนข้างจะยากจนค่ะ 
หลังเรียนจบก็ได้ทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งค่ะ ได้เงินเดือน 4100 บาท (หักประกันสังคมด้วย ให้แม่ด้วยนะคะนี่) ก็ต้องเดินออกจากซอยไปขึ้นรถประจำทางไปทำงานทุกวันค่ะ

วันหนึ่งดิฉันเดินไปทำงานปกติ ป้าคนหนึ่งที่อยู่ในซอยก็เอ่ยถามว่า

"ทำงานนี่เงินเดือนดีไหม"

"ได้เดือนละ 4100 จ้ะป้า"

"ทำไมเงินเดือนน้อยจัง" ป้าแกทำหน้าสงสัย

"ลูกจ้างชั่วคราวน่ะป้า"

"ลองไปสมัครนักเรียนไปรษณีย์สิ ตอนนี้เขาเปิด ถ้าสอบได้จะได้สบาย"

อิฉันได้แต่ยิ้มๆ แล้วรับปากแกว่าจะไปดูรายละเอียดที่ไปรษณีย์ ในใจก็คิดว่า มันมีด้วยเหรอวะ โรงเรียนไปรษณีย์เนี่ย




แต่ อิฉันก็แวะไปดูรายละเอียดที่ไปรษณีย์วันนั้นเลยค่ะ ไปถึงก็จดรายละเอียด วันที่สมัคร หลักฐานการสมัครต่างๆ เขาเปิดรับสมัครแค่หนึ่งอาทิตย์ อิฉันเลยขอลางานไปสมัครค่ะ (ส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ไม่ได้นะคะ)

อิฉันเดินทางไปสมัครด้วยตัวเองในวันรุ่งขึ้นค่ะ ซึ่งเป็นวันที่ 4 นับแต่วันที่เขาเปิดรับสมัครมา แต่อิฉันเพิ่งรู้ค่ะ (มันก็แปลกนะ มาย้อนดูคนทั่วไป ทำไมเขาชอบไปสมัครกันวันสุดท้าย แล้วเคยคิดไหมว่า ถ้าหลักฐานการสมัคร หรือติดขัดอะไรแล้วมันจะต้องเสียหายแน่ๆ ทำไมเขาไม่เคยคิดกันเลยนะ)

ไปวันแรก ตายละจำได้ว่าขาดอะไรไปอย่างค่ะ ต้องกลับมา
พอไปวันที่สอง ดันหยุดชดเชย
ไปวันที่สาม โชคดีจังสมัครได้ซะที (เล่นเอาท้อเลย กะว่าไม่ได้รอบนี้จะไม่ไปแล้ว)

กลับมาบ้าน ผ่านหน้าบ้านป้าคนแนะนำ แกถามอีกว่าสมัครรึยัง เราบอกว่าสมัครแล้วจ้ะ แกถามต่อว่า

"มีคนรู้จักข้างในไหม"

"ไม่มีจ้ะ"

จบคำตอบ แกทำหน้านิ่งๆ แบบคิดอะไรไม่รู้ (แต่มีคำตอบในเวลาต่อมา) 

"ยังไงก็ลองไปสอบดูนะ เผื่อจะได้ โชคดีละกันนะ" 

แกพูดจบ เราก็ไหว้ขอบคุณที่แกให้พรเรา อย่างน้อยแกก็มีน้ำใจที่แนะนำเราล่ะนะ

สรุป....ได้สมัครสมใจอยาก ต่อไปคือ....เตรียมตัวสอบ...ตายละวา ข้อสอบพื้นฐาน ม.6 จบมาหลายปีแล้ว จะไปหาที่ไหนวะ....

กลับไปกลุ้มอีกแล้วสิเรา.....



ที่มาที่ไป..อะไรกับชีวิตหนักหนาก็ไม่รู้

อยากจะบอกว่าอิฉันคิดอยู่นานมากค่ะ ว่าจะเขียน (ระบาย) กลั่นกรองเรื่องราวความคับอกคับใจ ความสุข ความทุกข์ ความขมขื่น (ชักจะรันทดไปทุกที)

พูดไปแล้ว ชีวิตอิฉันรันทดเหมือนวัลลี (หนังเก่าเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว) ชีวิตยากจนข้นแค้นแสนสาหัสมากๆค่ะ บ้านที่อยู่นี่ก็แทบจะพัง มีพังแหล่

แต่ก็มุมานะพยายามค่ะ ที่จะเรียนให้สูง เพื่อโปรดโอกาสให้ตัวเองและครอบครัวพ้นจากความทุกข์เสียที

ชีวิตลำบาก แต่อิฉันก็จบปริญญาตรีนะคะ (สวยๆ)

เกริ่นมานานแล้ว จะขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะคะ กับชีวิตการทำงานของสาวน้อยร้อยมายาอย่างอิฉันค่ะ (โฮะๆๆๆๆ)

image